Xerxes' invasion · 480 BC

เซอร์ซีสบุกกรีซ

จากสะพานเรือข้ามเฮลเลสพอนต์ ถึงวันที่กองทัพเซอร์ซีสหันกลับจากซาลามิส

มีหลักฐานเริ่มอ่าน ↓ใช้เวลาอ่านราว 8 นาที
ภาพจินตนาการประกอบเรื่อง เซอร์ซีสบุกกรีซ
ภาพจินตนาการประกอบ ไม่ใช่ภาพจากหลักฐาน
ก่อนอ่าน: เรื่องนี้ติดตามกองทัพเปอร์เซียผ่านประวัติศาสตร์ของเฮโรโดตัส เล่ม 7–8 การบุกกรีซและศึกซาลามิสเป็นเหตุการณ์จริง แต่รายละเอียดในราชสำนักและเรื่องลงโทษทะเลมาจากคำบอกเล่าของผู้เขียนชาวกรีก

Iกองทัพที่ต้องข้ามทะเล

ก่อนเซอร์ซีสจะนำทัพเข้ากรีซ คนงานของพระองค์ต้องสร้างทางให้กองทัพเดินเสียก่อน ช่องแคบเฮลเลสพอนต์กั้นเอเชียกับยุโรปอยู่ตรงหน้า เปอร์เซียกำลังต่อสะพานข้ามทะเล โดยใช้เรือเป็นฐานรองทางเดินจากฝั่งหนึ่งไปอีกฝั่งหนึ่ง (เฮโรโดตัส 7.33–36)

สงครามครั้งนี้สืบต่อจากรัชกาลดาริอุส พระบิดาของเซอร์ซีส หลังทัพเปอร์เซียพ่ายที่มาราธอน ดาริอุสเตรียมยกทัพมาอีก แต่สิ้นพระชนม์ก่อน เซอร์ซีสรับช่วงจักรวรรดิ ปราบการกบฏในอียิปต์ แล้วจึงเตรียมศึกกรีซ เฮโรโดตัสเล่าถึงการรวบรวมเสบียงตามเส้นทางเดินทัพและการขุดคลองผ่านคาบสมุทรอาทอส เพื่อให้กองเรือผ่านไปได้โดยไม่ต้องอ้อมแหลม (เฮโรโดตัส 7.1–4, 7.20–25)

IIสามร้อยครั้งลงบนผิวน้ำ

สะพานชุดแรกสร้างเสร็จแล้ว แต่พายุพัดเข้าช่องแคบและทำลายงานที่ขึงไว้ข้ามน้ำ ทางไปยุโรปขาดลงก่อนกองทัพจะได้ใช้ (เฮโรโดตัส 7.34–35)

ตรงนี้เองที่เฮโรโดตัสเล่าเรื่องอันโด่งดัง เขาว่าเซอร์ซีสกริ้วจนสั่งให้เฆี่ยนเฮลเลสพอนต์สามร้อยครั้ง และหย่อนเครื่องพันธนาการลงทะเล ผู้ทำหน้าที่ต้องกล่าวประณามสายน้ำที่ทำลายสะพาน ส่วนผู้ควบคุมการสร้างถูกสั่งประหาร เรื่องลงโทษทะเลเป็นสิ่งที่เฮโรโดตัสบันทึกไว้ ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เรามีบันทึกจากฝ่ายเปอร์เซียมายืนยันตรงกัน (เฮโรโดตัส 7.35)

จากนั้นช่างชุดใหม่ก็ลงมืออีกครั้ง พวกเขาจัดเรือเป็นฐาน ทอดสมอขนาดใหญ่ แล้วขึงเชือกป่านกับเชือกปาปิรุสเหนือเรือ วางไม้ทับเชือก ปูด้วยกิ่งไม้และดินอัดแน่น สะพานทั้งสองมีแผงกั้นด้านข้าง เพื่อไม่ให้ม้าและสัตว์บรรทุกตกใจเมื่อเห็นทะเลข้างล่าง ยังเว้นช่องให้เรือเล็กแล่นผ่านได้ด้วย (เฮโรโดตัส 7.36)

IIIจากสะพานถึงเอเธนส์

ในปี 480 ก่อน ค.ศ. กองทัพเริ่มข้ามสู่ยุโรป เฮโรโดตัสเล่าว่าเซอร์ซีสทรงเทเครื่องบูชาจากถ้วยทองลงทะเลและอธิษฐานต่อดวงอาทิตย์ ก่อนขบวนจะเคลื่อนผ่านสะพาน ทหารกับม้าใช้สะพานหนึ่ง ส่วนสัตว์บรรทุกและผู้ติดตามใช้อีกสะพาน ทางเดินที่ช่างปูไว้เหนือเรือรับขบวนจากฝั่งเอเชียส่งต่อไปยังอีกฟาก (เฮโรโดตัส 7.54–56)

เมื่อทัพเคลื่อนลงใต้ ไม่ใช่ทุกเมืองกรีกจะยืนอยู่ฝ่ายตรงข้าม บางแห่งยอมขึ้นกับเซอร์ซีสและส่งกำลังมาร่วมทัพ แต่ที่ช่องเขาเทอร์โมพิลี กองกำลังกรีกขวางทางไว้ เปอร์เซียเข้าตีด้านหน้า ก่อนส่งทหารอ้อมทางภูเขาไปถึงด้านหลัง เลโอนิดัสกับผู้ที่อยู่ต่อถูกสังหาร ทางลงสู่กรีซตอนกลางจึงเปิดออก (เฮโรโดตัส 7.132, 7.210–225)

พอถึงเอเธนส์ ประชาชนจำนวนมากอพยพไปแล้ว ยังมีคนกลุ่มหนึ่งตั้งรับอยู่บนอะโครโพลิส ทหารเปอร์เซียหาทางปีนขึ้นไป เข้ายึดพื้นที่ แล้วปล้นและเผาศาสนสถาน เซอร์ซีสส่งผู้ถือสารกลับไปแจ้งความสำเร็จแก่ราชสำนักที่เมืองซูซา เมืองที่เป็นเป้าหมายของการยกทัพตกอยู่ในมือแล้ว แต่กองเรือของฝ่ายต่อต้านยังรวมกันอยู่ใกล้เกาะซาลามิส (เฮโรโดตัส 8.40–41, 8.51–54)

IVคำตอบในที่ประชุม

เซอร์ซีสลงไปยังกองเรือ เรียกผู้ปกครองและนายทัพที่นำเรือมาร่วมศึกเข้าประชุม ให้แต่ละคนนั่งตามลำดับฐานะ แล้วส่งมาร์โดนิอุสไปถามทีละคนว่าควรรบทางทะเลหรือไม่ ตามที่เฮโรโดตัสเล่า เสียงส่วนใหญ่เห็นว่าควรเข้ารบ (เฮโรโดตัส 8.67–68)

อาร์เทมิเซีย ผู้ปกครองฮาลิคาร์นัสซัสที่นำเรือมาช่วยเซอร์ซีส เสนออีกทางหนึ่ง เฮโรโดตัสบันทึกว่านางขอให้รักษากองเรือไว้ เอเธนส์อยู่ในมือแล้ว หากรอหรือใช้ทัพบกเดินหน้าต่อ ฝ่ายกรีกอาจแยกย้ายกลับไปป้องกันเมืองของตน นางยังเกรงว่าความเสียหายของกองเรือจะพาทัพบกเดือดร้อนไปด้วย (เฮโรโดตัส 7.99, 8.68)

เซอร์ซีสพอพระทัยความเห็นของนาง แต่ทรงเลือกตามเสียงส่วนใหญ่ กองเรือได้รับคำสั่งให้เตรียมรบ คราวนี้พระองค์จะทอดพระเนตรการต่อสู้ด้วยพระองค์เอง (เฮโรโดตัส 8.69)

แล้วข่าวจากฝ่ายกรีกก็มาถึงค่ายเปอร์เซีย ผู้ถือสารที่ธีมิสโตคลีสส่งมาอ้างว่าชาวกรีกกำลังแตกกันและเตรียมหนี เป็นโอกาสที่จะปิดทางออก ผู้บัญชาการเปอร์เซียเชื่อข่าวนั้นและเคลื่อนเรือออกในเวลากลางคืนเพื่อขวางทาง ส่วนทหารอีกกลุ่มขึ้นประจำเกาะเล็กใกล้สนามรบ เตรียมช่วยคนของตนที่เรือแตกและจับฝ่ายศัตรู (เฮโรโดตัส 8.75–76)

Vเรือข้างหลังยังเข้ามา

เช้าวันรบที่ซาลามิส กองเรือเปอร์เซียเข้าปะทะกับเรือกรีกในช่องน้ำแคบ เซอร์ซีสประทับบนฝั่งตรงข้ามเกาะ มีเสมียนคอยจดชื่อผู้บังคับเรือที่แสดงฝีมือ พร้อมชื่อบิดาและเมืองของเขา (เฮโรโดตัส 8.83–86, 8.90)

เฮโรโดตัสยอมรับว่าคนของเซอร์ซีสสู้แข็งขันกว่าครั้งก่อน แต่แนวเรือกลับเสียระเบียบ เรือแนวหน้าเริ่มหันหนี ขณะที่เรือข้างหลังยังพยายามดันเข้ามาร่วมรบ ทั้งสองกลุ่มชนกันเอง ท่ามกลางการรบนั้น นายทัพเรือผู้เป็นพระอนุชาของเซอร์ซีสก็เสียชีวิต (เฮโรโดตัส 8.86, 8.89)

เรือที่หลุดออกจากวงปะทะพยายามกลับไปยังจุดจอดบนชายฝั่ง แต่ยังถูกฝ่ายกรีกสกัดระหว่างทาง กองเรือของเซอร์ซีสพ่ายแพ้ พระองค์ยังมีกองทัพบกอยู่ในกรีซ และยังมีเรือเหลือ ทว่าศึกที่ทรงอนุมัติให้เปิดขึ้นจบลงด้วยการถอยออกจากช่องแคบซาลามิส (เฮโรโดตัส 8.91–97)

VIทางกลับที่ไม่มีสะพาน

หลังการรบ เฮโรโดตัสเล่าว่าเซอร์ซีสทรงกังวลว่ากรีกจะแล่นเรือขึ้นไปทำลายสะพานเฮลเลสพอนต์จนพระองค์กลับเอเชียไม่ได้ มาร์โดนิอุสเสนอให้กษัตริย์เสด็จกลับ โดยทิ้งกองกำลังที่คัดเลือกไว้ให้เขาทำสงครามต่อ การถอนตัวของเซอร์ซีสจึงไม่ได้หมายถึงทหารเปอร์เซียทุกคนออกจากกรีซพร้อมกัน (เฮโรโดตัส 8.97–100, 8.113)

ขบวนย้อนเส้นทางเดิมขึ้นเหนือ เมื่อถึงแคว้นเทสซาลี มาร์โดนิอุสเลือกทหารไว้ ทั้งหน่วยเปอร์เซียและกำลังจากดินแดนอื่น ส่วนเซอร์ซีสเดินทางต่อไปยังเฮลเลสพอนต์ เฮโรโดตัสเล่าว่าความขาดแคลนอาหารและโรคภัยเล่นงานคนในขบวน ผู้ป่วยบางส่วนถูกฝากไว้กับเมืองตามทางเพื่อให้ดูแล (เฮโรโดตัส 8.113–115)

เมื่อมาถึงช่องแคบ สะพานเรือที่เคยใช้ข้ามไปไม่อยู่แล้ว พายุทำลายมันเสียก่อน ขบวนที่กลับมาจึงต้องใช้เรือข้ามน้ำสู่ฝั่งเอเชีย จากนั้นเซอร์ซีสกับผู้ที่เหลือเดินทางต่อไปยังเมืองซาร์ดิส ส่วนมาร์โดนิอุสและทหารที่ถูกเลือกไว้ยังอยู่ฝั่งกรีซ รอเริ่มการรบอีกครั้งหลังฤดูหนาว (เฮโรโดตัส 8.113, 8.117)

VIIจริงแค่ไหน

การยกทัพของเซอร์ซีสในปี 480 ก่อน ค.ศ. การยึดเอเธนส์ และความพ่ายแพ้ที่ซาลามิสเป็นแกนเหตุการณ์ที่ยอมรับกัน แต่เรื่องนี้เล่าผ่านเฮโรโดตัส ผู้เขียนชาวกรีกในเวลาหลังสงครามหลายสิบปี ฉากในที่ประชุม คำอธิบายว่ากษัตริย์ทรงคิดอะไร และเรื่องเฆี่ยนทะเล จึงควรอ่านในฐานะรายละเอียดที่เขารวบรวมมา ไม่ใช่รายงานจากราชสำนักเปอร์เซีย

แม้แต่การเดินทางกลับก็มีเรื่องเล่ามากกว่าหนึ่งแบบ เฮโรโดตัสยกเรื่องที่อ้างว่าเซอร์ซีสขึ้นเรือแล้วเจอพายุจนทหารต้องกระโดดลงทะเลเพื่อช่วยพระองค์ ก่อนจะบอกชัดว่าเขาไม่เชื่อ และเลือกบันทึกเส้นทางกลับทางบกไปยังเฮลเลสพอนต์แทน (เฮโรโดตัส 8.118–120)

ต้นฉบับอ่านเองได้