Rubicon · 49 BC

ซีซาร์ข้ามแม่น้ำรูบิคอน

คืนที่ซีซาร์นำทหารผ่านเขตแดน และคำพูดเรื่องลูกเต๋าที่เหลือมาถึงเราในสองภาษา

มีหลักฐานเริ่มอ่าน ↓ใช้เวลาอ่านราว 8 นาที
ภาพจินตนาการประกอบเรื่อง ซีซาร์ข้ามแม่น้ำรูบิคอน
ภาพจินตนาการประกอบ ไม่ใช่ภาพจากหลักฐาน
ก่อนอ่าน: เรื่องนี้อิงซูโทเนียสและพลูทาร์ก ซึ่งเขียนหลังเหตุการณ์กว่าร้อยปี การนำทัพข้ามรูบิคอนในปี 49 ก่อน ค.ศ. เป็นเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ แต่คำพูดและรายละเอียดริมฝั่งน้ำเป็นเรื่องที่ผู้เขียนรุ่นหลังถ่ายทอดไว้

Iวันที่ยังดูเหมือนวันธรรมดา

ต้นปี 49 ก่อน ค.ศ. จูเลียส ซีซาร์อยู่ที่ราเวนนา ทางเหนือของอิตาลี ข่าวจากกรุงโรมมาถึงว่าเจ้าหน้าที่ผู้แทนประชาชนที่ช่วยคัดค้านคำสั่งของฝ่ายตรงข้ามถูกขัดขวางการใช้สิทธิยับยั้ง และออกจากเมืองมาแล้ว ซีซาร์ส่งทหารบางหน่วยล่วงหน้าไปอย่างลับ ๆ ส่วนตัวเขายังปรากฏตัวต่อหน้าผู้คนตามปกติ (ซูโทเนียส, ชีวประวัติจูเลียส ซีซาร์ 30–31)

ซูโทเนียสเล่าว่าเขาไปชมการแสดงสาธารณะ ตรวจแบบโรงฝึกนักสู้ที่คิดจะสร้าง และร่วมงานเลี้ยงที่มีแขกมากมาย พอตะวันตกดิน เขาจึงออกเดินทางพร้อมผู้ติดตามกลุ่มเล็ก ๆ (ซูโทเนียส, ชีวประวัติจูเลียส ซีซาร์ 31)

IIเส้นแบ่งที่กองทัพกำลังจะข้าม

ก่อนหน้านั้น ซีซาร์กับปอมเปย์เคยช่วยกันสร้างอำนาจในโรม แต่ถึงตอนนี้ทั้งสองอยู่คนละฝ่าย ปัญหาใหญ่คือใครจะต้องปลดทหารในมือ ซีซาร์เสนอว่าถ้าเขาวางอาวุธ ปอมเปย์ก็ควรทำด้วย ฝ่ายตรงข้ามกลับต้องการให้ซีซาร์สละกองทัพ การเจรจาลดจำนวนทหารและดินแดนที่เขาจะรักษาไว้ก็ไม่ทำให้ตกลงกันได้ (พลูทาร์ก, ชีวประวัติซีซาร์ 30–31)

ทางใต้ของราเวนนามีแม่น้ำรูบิคอน เป็นเขตแดนระหว่างมณฑลกอลฝั่งอิตาลีกับอิตาลีส่วนที่เหลือ สำหรับซีซาร์ แม่น้ำสายนี้จึงเป็นปลายเขตมณฑลที่ตนปกครอง การนำทัพผ่านลงไปท่ามกลางความขัดแย้งกับผู้มีอำนาจในโรม หมายถึงการใช้กำลังทหารเข้าตัดสินข้อพิพาทที่ยังเจรจากันไม่จบ (ซูโทเนียส, ชีวประวัติจูเลียส ซีซาร์ 29–31; พลูทาร์ก, ชีวประวัติซีซาร์ 32)

กำลังส่วนใหญ่ของเขายังอยู่ไกลออกไป พลูทาร์กเล่าว่าซีซาร์มีทหารราบราวห้าพันและทหารม้าสามร้อยอยู่กับตัว เขาส่งคนไปเรียกทัพที่เหลือแล้ว แต่ไม่รอให้มารวมกันทั้งหมด เป้าหมายแรกคือเมืองอาริมินุม เขาสั่งนายทหารล่วงหน้าเข้าไปโดยพยายามหลีกเลี่ยงความวุ่นวายและการนองเลือด (พลูทาร์ก, ชีวประวัติซีซาร์ 32)

IIIทางมืดก่อนถึงแม่น้ำ

การเดินทางลับในเรื่องของซูโทเนียสไม่ได้ราบรื่น ซีซาร์ใช้ล่อจากโรงทำขนมปังใกล้ ๆ มาเทียมรถ แสงไฟระหว่างทางดับลงจนคณะหลงทางอยู่พักใหญ่ กว่าจะหาคนนำทางได้ก็เริ่มสว่าง เขาจึงเดินลัดไปตามทางแคบ ๆ จนกลับเข้าทางและตามทหารทันที่รูบิคอน (ซูโทเนียส, ชีวประวัติจูเลียส ซีซาร์ 31)

พลูทาร์กเล่าต่างออกไปเล็กน้อย ซีซาร์บอกแขกในงานเลี้ยงให้รอเขากลับมา แล้วขึ้นรถออกไป ส่วนเพื่อนที่รู้แผนได้รับคำสั่งให้แยกกันเดินทางคนละเส้น ก่อนจะมุ่งไปยังอาริมินุม เมื่อมาถึงแม่น้ำ เขากลับชะลอและหยุดอยู่นาน (พลูทาร์ก, ชีวประวัติซีซาร์ 32)

ในฉากที่พลูทาร์กบันทึก ซีซาร์ยืนนิ่งสลับกับปรึกษาเพื่อนที่อยู่ด้วย เขาคิดถึงภัยที่จะเกิดจากการข้ามแม่น้ำและเรื่องที่คนรุ่นหลังจะพูดถึง ส่วนซูโทเนียสเล่าว่าเขาชี้ให้ผู้ติดตามเห็นว่ายังถอยกลับได้ แต่เมื่อผ่านสะพานเล็ก ๆ ไปแล้ว เรื่องทั้งหมดจะต้องตัดสินด้วยอาวุธ ทั้งสองฉบับวางช่วงลังเลไว้ก่อนการข้าม แม้จะเล่ารายละเอียดไม่เหมือนกัน (พลูทาร์ก, ชีวประวัติซีซาร์ 32; ซูโทเนียส, ชีวประวัติจูเลียส ซีซาร์ 31)

IVลูกเต๋าในสองภาษา

ตรงนี้เองที่ซูโทเนียสแทรกเรื่องอัศจรรย์ ชายรูปร่างใหญ่และงดงามปรากฏขึ้นนั่งเป่าขลุ่ย คนเลี้ยงสัตว์กับทหารเข้าไปฟัง แล้วชายคนนั้นก็คว้าแตรจากทหาร เป่าสัญญาณรบและเดินข้ามไปอีกฝั่ง ในเรื่องเล่านี้ ซีซาร์ถือว่าเป็นนิมิตให้เดินหน้า ฉากดังกล่าวเป็นเรื่องลางจากเทพในต้นฉบับ ไม่ใช่เหตุการณ์ที่ยืนยันได้ว่าเกิดขึ้นจริง (ซูโทเนียส, ชีวประวัติจูเลียส ซีซาร์ 32)

จากนั้นซูโทเนียสบันทึกวลีภาษาละตินว่า iacta alea est หมายถึงลูกเต๋าถูกทอดแล้ว เป็นถ้อยคำที่รู้จักกันในภาษาอังกฤษว่า The die is cast แต่พลูทาร์กให้วลีภาษากรีกที่มีน้ำเสียงต่างออกไป คือให้ทอดลูกเต๋าเถิด แล้วเล่าว่าซีซาร์รีบข้ามแม่น้ำและเดินทางต่อ (ซูโทเนียส, ชีวประวัติจูเลียส ซีซาร์ 32; พลูทาร์ก, ชีวประวัติซีซาร์ 32)

พลูทาร์กระบุชัดในชีวประวัติปอมเปย์ว่าซีซาร์พูดเป็นภาษากรีก วลีนี้ตรงกับถ้อยคำในบทละครของเมนันเดอร์ นักเขียนบทละครตลกชาวกรีก ซึ่งอธีไนออสเก็บข้อความไว้ จึงมักอธิบายกันว่าซีซาร์ยกคำของเมนันเดอร์มาใช้ ฉบับละตินบอกว่าทอดไปแล้ว ส่วนฉบับกรีกเป็นคำให้ลงมือทอด ความต่างนี้อยู่ในหลักฐานที่ถ่ายทอดถึงเรา ไม่อาจฟันธงได้ว่าคนริมฝั่งได้ยินคำใดแน่ (พลูทาร์ก, ชีวประวัติปอมเปย์ 60; อธีไนออส, งานเลี้ยงของผู้รู้ 13.559d–e)

Vเมื่อทหารอยู่บนอีกฝั่ง

หลังซีซาร์ข้ามไป เรื่องเล่าของพลูทาร์กเร่งขึ้นอีกครั้ง เขามุ่งสู่อาริมินุมและเข้ายึดเมืองก่อนรุ่งเช้า เมื่อข่าวแพร่ไปถึงโรม ความขัดแย้งที่เคยถกกันในที่ประชุมก็มีทหารของซีซาร์เคลื่อนอยู่ในอิตาลีแล้ว (พลูทาร์ก, ชีวประวัติซีซาร์ 32–33)

ซูโทเนียสเล่าถึงการพบผู้แทนประชาชนที่หนีจากโรม และการเรียกทหารมาชุมนุมหลังข้ามแม่น้ำ ซีซาร์ร้องไห้ ฉีกเสื้อตรงอก และขอให้ทหารยืนอยู่ข้างตน ผู้เขียนยังบันทึกข่าวลือเรื่องรางวัลมหาศาล แต่ปฏิเสธว่าซีซาร์ให้สัญญาเช่นนั้น เขาอธิบายว่าทหารแถวหลังมองเห็นมือที่ชี้ไปยังแหวน แต่ฟังคำพูดไม่ถนัด จึงเข้าใจท่าทางนั้นผิดแล้วเล่าต่อกันไป (ซูโทเนียส, ชีวประวัติจูเลียส ซีซาร์ 33)

VIข่าวที่วิ่งถึงโรม

พลูทาร์กบรรยายว่าโรมเต็มไปด้วยความตื่นกลัวและข่าวที่ขัดกัน ผู้คนจากเมืองรอบนอกหลั่งไหลเข้ามา คนที่ยินดีต่อการมาของซีซาร์ก็มี ส่วนปอมเปย์ถูกทั้งคำถามและคำตำหนิล้อมไว้ บางคนกล่าวโทษว่าเขาเคยช่วยให้ซีซาร์แข็งแกร่ง บางคนตำหนิที่ปล่อยให้การเจรจาพังลง ในที่สุดปอมเปย์ออกจากกรุงโรมและเรียกให้สมาชิกวุฒิสภาตามไปด้วย (พลูทาร์ก, ชีวประวัติซีซาร์ 33–34)

ซีซาร์เดินหน้าผ่านดินแดนในอิตาลี ขณะที่ปอมเปย์กับกงสุลถอยลงไปยังเมืองท่าบรุนดิเซียมและเตรียมข้ามทะเล ซีซาร์พยายามขัดขวางแต่หยุดการเดินเรือไม่ได้ คู่ปรับของเขาจึงออกจากอิตาลีไป สงครามกำลังจะขยายไปอีกฟากทะเล (ซูโทเนียส, ชีวประวัติจูเลียส ซีซาร์ 34)

VIIจริงแค่ไหน

การที่ซีซาร์นำทัพข้ามรูบิคอนและเข้ายึดอาริมินุมเป็นส่วนหนึ่งของการเปิดสงครามกลางเมืองในปี 49 ก่อน ค.ศ. แต่ภาพชายคนเดียวลังเลริมฝั่ง คำพูดเรื่องลูกเต๋า และนิมิตเป่าแตร มาจากชีวประวัติที่เขียนภายหลัง ทั้งซูโทเนียสและพลูทาร์กไม่ได้อยู่ในคณะที่เดินทางคืนนั้น เรื่องลางจึงต้องแยกออกจากเหตุการณ์ทางทหาร และคำพูดต้องอ่านในฐานะคำที่ผู้เขียนบันทึกให้ซีซาร์พูด

แม้แต่เวลาในสองเรื่องก็ไม่ตรงกันเสียทีเดียว ซูโทเนียสให้ซีซาร์หาคนนำทางได้เมื่อเริ่มสว่างก่อนถึงแม่น้ำ ขณะที่พลูทาร์กให้เขายึดอาริมินุมได้ก่อนรุ่งเช้า จึงไม่อาจเอาทุกรายละเอียดมาต่อเป็นคืนเดียวที่แน่นอนได้ สิ่งที่ทั้งสองเรื่องเล่าตรงกันคือซีซาร์หยุดที่เขตแดน แล้วนำทหารผ่านไปยังอีกฝั่ง (ซูโทเนียส, ชีวประวัติจูเลียส ซีซาร์ 31–33; พลูทาร์ก, ชีวประวัติซีซาร์ 32)

ต้นฉบับอ่านเองได้