Iสามเดือนกว่าจะถึงกษัตริย์
เมื่ออริสทาโกรัสเดินทางมาขอให้สปาร์ตาช่วยรบกับเปอร์เซีย เขานำแผ่นสำริดที่สลักแผนที่มาด้วย บนแผ่นนั้นมีแผ่นดิน ทะเล และแม่น้ำ เขาชี้ให้กษัตริย์คลีโอเมเนสเห็นแคว้นต่าง ๆ ที่เรียงต่อกันเข้าไปในทวีป แล้วชี้ไปถึงซูซา เมืองที่กษัตริย์เปอร์เซียประทับและเก็บทรัพย์สมบัติไว้ ตามเรื่องที่เฮโรโดตัสเล่า ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อกษัตริย์สปาร์ตาถามว่าต้องเดินทางนานเท่าไร (เฮโรโดตัส 5.49–50)
คำตอบคือสามเดือนจากทะเลเข้าไป คลีโอเมเนสจึงตัดบทและสั่งให้แขกออกจากสปาร์ตาก่อนตะวันตกดิน พระองค์ไม่ยอมพาชาวสปาร์ตาไปไกลจากทะเลถึงขนาดนั้น เฮโรโดตัสเล่าเหตุการณ์นี้แล้วหยุดเรื่องการเจรจา หันมาไล่เส้นทางให้ผู้อ่านดูว่าระหว่างชายฝั่งกับราชสำนักเปอร์เซียมีอะไรขวางอยู่บ้าง (เฮโรโดตัส 5.50–52)
IIแผ่นดินในรัชกาลดาริอุส
กษัตริย์ที่อยู่ปลายทางคือดาริอุสที่ 1 ผู้ครองราชย์ระหว่าง 522–486 ปีก่อน ค.ศ. อาณาจักรที่พระองค์ปกครองมีทั้งเมืองใกล้ชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน ดินแดนลุ่มแม่น้ำในอียิปต์และบาบิโลน ตลอดจนแคว้นทางตะวันออกของที่ราบสูงอิหร่าน ระยะทางระหว่างเมืองเหล่านี้กินเวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนสำหรับคนเดินทาง
เฮโรโดตัสเล่าว่าดาริอุสจัดดินแดนเป็นยี่สิบเขต แต่งตั้งผู้ปกครอง และกำหนดว่ากลุ่มชนในแต่ละเขตต้องส่งส่วยเท่าไร เขาเรียกเขตเหล่านี้ว่าซาตราปี ผู้ปกครองแคว้นซึ่งเรียกกันว่าซาตรัปจึงดูแลบ้านเมืองที่อยู่ห่างจากราชสำนัก ในบัญชีของเฮโรโดตัส บางเขตต้องส่งเงิน ขณะที่อินเดียส่งทองคำเป็นผง (เฮโรโดตัส 3.89–94)
เมืองซาร์ดิสเป็นจุดหนึ่งที่เห็นการติดต่อระหว่างแคว้นกับกษัตริย์ได้ชัด ก่อนการก่อกบฏที่อริสทาโกรัสจะไปขอแรงสปาร์ตา เขาเคยเสนอให้เปอร์เซียส่งกองเรือไปโจมตีเกาะแห่งหนึ่ง ผู้ปกครองที่ซาร์ดิสจึงส่งสารไปซูซาเพื่อขอความเห็นชอบจากดาริอุส เมื่อกษัตริย์ตกลง การเตรียมกองเรือจึงเดินหน้าต่อ (เฮโรโดตัส 5.30–32)
IIIถนนที่มีที่พักเป็นระยะ
เส้นทางที่เฮโรโดตัสแจกแจงเริ่มจากซาร์ดิสไปถึงซูซา เขาบอกว่าตลอดทางมีสถานีของกษัตริย์และที่พักอย่างดี ผ่านดินแดนที่มีคนอาศัยและปลอดภัย ช่วงแรกผ่านลิเดียกับฟรีเจีย มีสถานียี่สิบแห่ง จากนั้นจึงไปถึงแม่น้ำฮาลิส ผู้เดินทางต้องผ่านช่องเขาและป้อมที่คุมทางข้ามก่อนเข้าสู่แคว้นถัดไป (เฮโรโดตัส 5.52)
ยิ่งเข้าไปด้านใน รายการของเขายิ่งเต็มไปด้วยทางผ่านแคบ ป้อม และแม่น้ำ บริเวณพรมแดนซิลิเซียต้องผ่านช่องทางสองแห่งกับป้อมสองแห่ง ต่อไปเป็นแม่น้ำยูเฟรทีส แล้วจึงเข้าสู่อาร์มีเนีย ยังมีแม่น้ำสายอื่นที่ต้องอาศัยเรือข้าม รวมถึงไทกริส ถนนหลวงที่ปรากฏในบันทึกจึงมีทั้งช่วงที่เดินทางบนบกและจุดที่ต้องลงไปหาทางข้ามน้ำ (เฮโรโดตัส 5.52)
สถานีเหล่านี้ทำให้เส้นทางยาวถูกแบ่งออกเป็นช่วง ๆ เฮโรโดตัสนับจุดพักรวมได้มากกว่าร้อยแห่ง และคำนวณระยะจากซาร์ดิสถึงซูซาเป็น 450 พาราซัง ซึ่งเป็นหน่วยระยะทางที่ใช้ในเปอร์เซีย ตามอัตราเดินทางที่เขาตั้งไว้ การไปถึงปลายทางต้องใช้เก้าสิบวัน (เฮโรโดตัส 5.52–53)
IVคนหนึ่งหยุด อีกคนออกต่อ
แต่สารของกษัตริย์เดินทางด้วยวิธีต่างออกไป เฮโรโดตัสบรรยายว่าชาวเปอร์เซียจัดคนและม้าไว้ตามระยะทาง แต่ละคนรับผิดชอบช่วงหนึ่ง เมื่อคนแรกเดินทางมาถึงก็ส่งสารให้คนที่สอง แล้วคนที่สองส่งต่อให้คนที่สาม ต่อกันไปจนถึงปลายทาง เขาเปรียบการส่งต่อเช่นนี้กับการวิ่งส่งคบเพลิงของชาวกรีก (เฮโรโดตัส 8.98)
ม้าตัวหนึ่งจึงไม่ต้องวิ่งตลอดเส้นทาง และคนส่งสารคนเดียวไม่ต้องเดินทางข้ามทุกแคว้น เฮโรโดตัสเน้นว่าหิมะ ฝน ความร้อน และความมืดไม่ทำให้คนเหล่านี้หยุดทำหน้าที่ในช่วงของตน นี่เป็นคำบรรยายด้วยความประทับใจของเขา ตัวบทตอนนี้ไม่ได้บอกจำนวนวันที่สารใช้เดินทางจากซาร์ดิสถึงซูซา จึงเทียบเป็นตารางเวลาแน่นอนกับการเดินทางเก้าสิบวันไม่ได้ (เฮโรโดตัส 8.98)
ส่วนคนที่เริ่มจากชายฝั่งยังต้องเผื่อทางอีกช่วง เฮโรโดตัสบอกว่าถ้าจะวัดจากทะเล ต้องนับระยะจากเอเฟซัสถึงซาร์ดิสเพิ่มเข้าไปด้วย เขาคิดช่วงนี้เป็นการเดินทางอีกสามวัน ก่อนจะเข้าสู่เส้นทางยาวไปหาราชสำนักที่ซูซา (เฮโรโดตัส 5.54)
Vเสบียงที่ทิ้งรอยไว้บนดินเหนียว
ในรัชกาลเดียวกัน ดาริอุสเริ่มสร้างศูนย์ราชสำนักอีกแห่งที่เพอร์เซโพลิส บนลานยกสูงเชิงเขาในดินแดนเปอร์เซีย พระราชวังที่นี่ได้รับการก่อสร้างต่อในรัชกาลถัดมา ซากอาคาร เสาหิน และบันไดขนาดใหญ่ยังคงอยู่ แต่หลักฐานเกี่ยวกับคนเดินทางจำนวนมากกลับเป็นของชิ้นเล็กที่นักโบราณคดีพบในบริเวณป้อมกำแพง
สิ่งที่พบคือแผ่นดินเหนียวจารึกบัญชีงานราชการ นักวิชาการผู้ศึกษาเอกสารเหล่านี้อ่านพบรายการรับและจ่ายอาหารในสมัยดาริอุส มีทั้งธัญพืช ไวน์ และเสบียงชนิดอื่น เอกสารส่วนหนึ่งบันทึกการจ่ายอาหารให้ผู้เดินทาง ระบุผู้รับ ปริมาณ และข้อมูลการเดินทาง บางแผ่นมีรอยประทับตราซึ่งยังเห็นลวดลายอยู่บนผิวดินเหนียว
เพอร์เซโพลิสไม่ใช่ปลายทางของถนนซาร์ดิสถึงซูซาที่เฮโรโดตัสกำลังแจกแจง แต่เอกสารจากที่นี่พาไปเห็นการเดินทางอีกส่วนหนึ่งในอาณาจักรเดียวกัน คนที่ผ่านเข้ามาต้องกินอาหาร และเจ้าหน้าที่บันทึกว่าจ่ายอะไรไปเท่าไร เรื่องของคนบนถนนจึงหลงเหลืออยู่ในบัญชีเสบียงด้วย แม้เจ้าของชื่อในบัญชีจะไม่ได้ปรากฏในเรื่องสงครามของเฮโรโดตัสเลยก็ตาม
VIข่าวจากซาลามิส
ดาริอุสสิ้นพระชนม์ใน 486 ปีก่อน ค.ศ. เซอร์ซีสขึ้นครองราชย์ต่อ ระบบส่งสารยังทำงานในรัชกาลใหม่ เมื่อกองเรือเปอร์เซียแพ้ที่ซาลามิสใน 480 ปีก่อน ค.ศ. เซอร์ซีสส่งคนกลับไปแจ้งข่าวถึงเปอร์เซีย เฮโรโดตัสจึงแทรกคำอธิบายเรื่องคนกับม้าที่รอรับช่วงกันไว้ตรงนี้ ในตอนที่กำลังเล่าถึงข่าวความพ่ายแพ้ (เฮโรโดตัส 7.4; 8.97–98)
ตามบันทึกของเขา ข่าวชุดก่อนหน้านั้นทำให้ผู้คนที่ซูซายินดี มีการจุดเครื่องหอมและจัดงานเลี้ยง แต่เมื่อข่าวความพ่ายแพ้มาถึง บรรยากาศก็เปลี่ยนไป ผู้คนฉีกเสื้อผ้า ร้องคร่ำครวญ และเป็นห่วงว่าเซอร์ซีสจะปลอดภัยหรือไม่ (เฮโรโดตัส 8.99)
VIIจริงแค่ไหน
เฮโรโดตัสเขียนหลังสมัยดาริอุส และเล่าเรื่องจากมุมของชาวกรีก เรื่องการเจรจาในสปาร์ตาจึงควรอ่านในฐานะเรื่องที่เขาบันทึกไว้ ส่วนคำอธิบายเส้นทางมีรายละเอียดสถานี ระยะ และแม่น้ำ แต่ไม่ได้ระบุว่าดาริอุสสร้างถนนทุกช่วงขึ้นใหม่ เส้นทางหลายส่วนมีประวัติเก่ากว่าอาณาจักรเปอร์เซีย การเรียกว่าถนนหลวงของดาริอุสจึงไม่ใช่หลักฐานว่าถนนทั้งสายเริ่มต้นในรัชกาลเดียว
แผ่นดินเหนียวเพอร์เซโพลิสเป็นเอกสารร่วมสมัยที่ช่วยยืนยันว่ามีการจัดเสบียงสำหรับผู้เดินทางจริง ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ยืนยันรายละเอียดทุกสถานีในหนังสือของเฮโรโดตัส
ต้นฉบับอ่านเองได้
- เฮโรโดตัส, ประวัติศาสตร์ 3.89–94; 5.30–32, 5.49–54; 7.4; 8.97–99 (คำแปลอังกฤษ A. D. Godley และ G. C. Macaulay)
- Richard T. Hallock, Persepolis Fortification Tablets, Oriental Institute Publications 92, 1969 โดยเฉพาะกลุ่มเอกสารเสบียงสำหรับผู้เดินทาง
- Encyclopaedia Iranica, “Achaemenid Dynasty ii. The Empire” และ “Persepolis Elamite Tablets”