Iคนที่กล้าขวางกษัตริย์
กิลกาเมชเป็นกษัตริย์แห่งอูรุก ในดินแดนเมโสโปเตเมีย มหากาพย์เล่าว่าเขามีส่วนของเทพถึงสองในสาม แข็งแรงจนไม่มีใครสู้ได้ แต่ชาวเมืองกลับร้องทุกข์ต่อเหล่าเทพ เพราะกษัตริย์ใช้อำนาจจนผู้คนอยู่ไม่เป็นสุข เหล่าเทพจึงให้สร้างชายอีกคนขึ้นมา ให้มีกำลังพอจะต่อกรกับเขา ชายคนนั้นชื่อเอนคิดู (มหากาพย์กิลกาเมช แผ่นที่ 1)
เอนคิดูโตมากลางทุ่ง มีขนปกคลุมตัว กินหญ้ากับฝูงละมั่งและดื่มน้ำร่วมกับสัตว์ป่า เขาคอยทำลายกับดักจนนายพรานเดือดร้อน ต่อมาหญิงชื่อชัมฮัตเข้ามาหาและร่วมรักกับเขา เมื่อเอนคิดูกลับไปหาฝูงสัตว์ พวกมันกลับหนี เขาวิ่งตามไม่ทันอย่างเคย ชัมฮัตจึงชวนเขาไปอูรุก ที่ซึ่งมีกษัตริย์ผู้แข็งแรงพอกันรออยู่ (แผ่นที่ 1)
ทั้งสองเผชิญหน้ากันตรงประตูและปล้ำกันอย่างดุเดือด แต่การต่อสู้ครั้งนั้นไม่ได้จบด้วยศพของฝ่ายใด คนที่ถูกสร้างมาให้ขวางกษัตริย์กลับกลายเป็นเพื่อนร่วมทางของเขา (แผ่นที่ 2)
IIผู้เฝ้าป่าสนซีดาร์
กิลกาเมชอยากออกไปยังป่าสนซีดาร์และปราบฮุมบาบา อสูรผู้เฝ้าป่า เอนคิดูรู้จักความน่ากลัวของมันและพยายามคัดค้าน แต่กิลกาเมชต้องการชื่อเสียงจากการผจญภัย ทั้งคู่เตรียมอาวุธออกเดินทาง ท่ามกลางคำเตือนของผู้อาวุโสในเมือง (แผ่นที่ 2–3)
เมื่อไปถึงป่า ทั้งสองมองต้นซีดาร์สูงใหญ่และทางที่ฮุมบาบาใช้เดินอยู่ในนั้น แล้วจึงเข้าต่อสู้ เทพชามาชช่วยส่งลมมาล้อมฮุมบาบาจนขยับหนีไม่ได้ อสูรที่เคยน่ากลัวจึงตกอยู่ในมือของชายสองคน (แผ่นที่ 4–5)
ฮุมบาบาขอชีวิตจากกิลกาเมช เสนอว่าจะรับใช้และจัดหาไม้ให้ แต่เอนคิดูเร่งให้เพื่อนลงมือก่อนเหล่าเทพจะเข้ามาขัดขวาง สุดท้ายทั้งคู่ฆ่าผู้เฝ้าป่าและโค่นต้นซีดาร์ เอนคิดูเลือกไม้ต้นใหญ่ไว้ทำประตู พวกเขาผูกไม้เป็นแพเพื่อพากลับไปพร้อมกับหัวของฮุมบาบา (แผ่นที่ 5)
IIIวัวจากฟ้า
เมื่อกิลกาเมชกลับมา ล้างตัวและสวมเครื่องแต่งกาย เทพีอิชทาร์เห็นเขาแล้วอยากได้เป็นคู่ครอง แต่เขาปฏิเสธ พร้อมไล่เล่าชะตากรรมอันเลวร้ายของคนรักเก่าแต่ละคนของเทพี อิชทาร์โกรธจนขึ้นไปขอให้ส่งวัวสวรรค์ลงมาจัดการเขา (แผ่นที่ 6)
วัวสวรรค์ลงมาถึงอูรุก ลมหายใจของมันทำให้พื้นดินแยกและผู้คนตกลงไป เอนคิดูเข้าจับมันไว้ ส่วนกิลกาเมชใช้ดาบแทงจนตาย ทั้งสองถวายหัวใจของวัวแด่ชามาช เมื่ออิชทาร์ขึ้นไปยืนสาปแช่งบนกำแพง เอนคิดูก็เหวี่ยงส่วนขาหลังของวัวใส่นาง คืนนั้นมีการฉลองชัย แต่ในยามหลับ เอนคิดูเห็นความฝันที่ต่างออกไป (แผ่นที่ 6–7)
ในฝัน เหล่าเทพประชุมกันเรื่องการฆ่าฮุมบาบาและวัวสวรรค์ พวกเขาตัดสินว่าหนึ่งในสองคนต้องตาย และผู้ที่ถูกเลือกคือเอนคิดู ไม่นานเขาก็ล้มป่วย เขาไม่ได้ลุกขึ้นมาร่วมทางกับเพื่อนอีก (แผ่นที่ 7)
IVวันที่เพื่อนไม่ตื่น
เอนคิดูโกรธทุกอย่างที่พาเขามาถึงตรงนี้ ถึงกับสาปแช่งชัมฮัต ก่อนจะเปลี่ยนเป็นอวยพรนางเมื่อชามาชเตือนถึงชีวิตที่เขาได้รับ เขาเล่าความฝันถึงโลกของผู้ตาย ที่ซึ่งผู้คนอยู่ในความมืดและมีฝุ่นเป็นอาหาร อาการของเขาทรุดลง จนในที่สุดกิลกาเมชก็ต้องเรียกหาเพื่อนที่ไม่ตอบกลับมาอีกแล้ว (แผ่นที่ 7–8)
กิลกาเมชแตะหน้าอกเอนคิดู แต่หัวใจไม่เต้น เขาคลุมหน้าเพื่อน เดินวนอยู่รอบร่าง กระชากผมและฉีกเสื้อของตน เขาเรียกให้ผู้คน ภูเขา แม่น้ำ และสัตว์ป่าร่วมไว้อาลัย สั่งช่างทำรูปของเอนคิดู และเตรียมของถวายสำหรับผู้ตาย (แผ่นที่ 8)
แต่หลังจากนั้นกษัตริย์ก็ออกจากอูรุกไปเร่ร่อนในถิ่นกันดาร เขากลัวว่าร่างของตัวเองจะลงเอยเหมือนเอนคิดู จึงออกตามหาอุตนาปิชติม ชายที่รอดจากน้ำท่วมใหญ่และได้รับชีวิตอมตะจากเหล่าเทพ กิลกาเมชต้องการไปให้ถึงคนผู้นั้น เพื่อถามว่าเขาจะหนีความตายได้อย่างไร (แผ่นที่ 9)
Vชายผู้รอดจากน้ำท่วม
กิลกาเมชเดินทางไปถึงภูเขาที่มีมนุษย์แมงป่องเฝ้าอยู่ ผ่านทางมืดที่แสงส่องไม่ถึง และไปถึงดินแดนที่ต้นไม้ออกผลเป็นอัญมณี ต่อมาเขาพบหญิงขายสุราชื่อสิดูรี และได้พบคนเรืออูร์ชานาบี ผู้พาเขาข้ามน่านน้ำแห่งความตายไปหาอุตนาปิชติมได้ ในที่สุดชายที่เขาตามหาก็อยู่ตรงหน้า ดูเป็นมนุษย์ธรรมดาไม่ได้ต่างจากเขา (แผ่นที่ 9–11)
อุตนาปิชติมเล่าว่า ครั้งหนึ่งเหล่าเทพตัดสินใจให้เกิดน้ำท่วมใหญ่ แต่เทพเออาเตือนเขาให้รื้อบ้านแล้วสร้างเรือ เขาจึงนำครอบครัว ช่างฝีมือ และสัตว์ขึ้นไปด้วย พายุพัดกระหน่ำ น้ำท่วมจนมองไม่เห็นแผ่นดิน แม้แต่เหล่าเทพก็หวาดกลัว เมื่อพายุสงบ เขาเปิดช่องเรือ มองออกไป แล้วนั่งร้องไห้ (แผ่นที่ 11)
เรือค้างอยู่บนภูเขา อุตนาปิชติมปล่อยนกพิราบออกไป แต่มันกลับมาเพราะหาที่เกาะไม่ได้ นกนางแอ่นก็กลับมาเช่นกัน จนเมื่อปล่อยกาออกไป มันพบอาหารและไม่ย้อนกลับ เขาจึงออกจากเรือและถวายเครื่องบูชา ภายหลังเทพเอนลิลมอบชีวิตอย่างเทพให้เขากับภรรยา แล้วส่งทั้งคู่ไปอยู่ห่างไกลจากผู้คน (แผ่นที่ 11)
VIต้นไม้ริมสระ
อุตนาปิชติมให้กิลกาเมชลองไม่นอนเป็นเวลาหกวันเจ็ดคืน แต่ทันทีที่นั่งลง ความง่วงก็ครอบงำเขา ภรรยาของอุตนาปิชติมวางขนมปังไว้ข้างตัวเขาวันละก้อน เมื่อเขาตื่นและคิดว่าตัวเองเพิ่งหลับไป ขนมปังที่เก่าใหม่ไม่เท่ากันก็เป็นหลักฐานว่าเขาหลับมานานเพียงใด (แผ่นที่ 11)
ก่อนกิลกาเมชกลับ อุตนาปิชติมบอกความลับเรื่องต้นไม้ใต้น้ำที่ทำให้คนแก่กลับเป็นหนุ่ม กิลกาเมชผูกหินถ่วงตัวลงไปถึงมัน แม้หนามจะตำมือ เขาก็เด็ดต้นไม้นั้นมาได้ เขาตั้งใจเอากลับไปอูรุก ให้คนแก่ลองกินก่อน แล้วตัวเองจึงค่อยกินเพื่อกลับสู่วัยหนุ่ม (แผ่นที่ 11)
ระหว่างเดินทางกลับ กิลกาเมชเห็นสระน้ำเย็นจึงลงไปอาบ งูตัวหนึ่งได้กลิ่นต้นไม้ เลื้อยเข้ามาคาบไป และลอกคราบทิ้งไว้ กิลกาเมชนั่งลงร้องไห้ สิ่งที่เขาดำน้ำลงไปเอามาได้หายไปแล้ว เขาเดินทางต่อกับอูร์ชานาบีจนกลับถึงอูรุก และชี้ให้คนเรือขึ้นไปดูกำแพงเมือง สำรวจฐานและอิฐที่ก่อเรียงอยู่ตรงนั้น (แผ่นที่ 11)
VIIจริงแค่ไหน
นักโบราณคดีพบแผ่นดินเหนียวอักษรลิ่มที่มีเรื่องกิลกาเมชในซากนีนะเวห์ เมืองหลวงของอัสซีเรีย หลายชิ้นมาจากหอสมุดของกษัตริย์อัชชูร์บานิปาลในศตวรรษที่ 7 ก่อน ค.ศ. แผ่นเหล่านี้เป็นสำเนาของเรื่องที่เก่ากว่านั้นอีกมาก เรื่องกิลกาเมชมีทั้งบทกวีภาษาสุเมเรียนและฉบับภาษาอัคคาเดียน นักวิชาการจึงต้องเทียบข้อความจากหลายยุคและหลายแหล่งเพื่อประกอบส่วนที่แตกหาย
ใน ค.ศ. 1872 จอร์จ สมิท ผู้ศึกษาอักษรลิ่มที่บริติชมิวเซียม อ่านเรื่องน้ำท่วมจากแผ่นจารึกและนำเสนอการค้นพบต่อที่ประชุมในลอนดอน แผ่นน้ำท่วมที่เก็บอยู่ในพิพิธภัณฑ์เป็นส่วนหนึ่งของแผ่นที่ 11 ของมหากาพย์
อูรุกเป็นเมืองจริง และชื่อกิลกาเมชปรากฏในบัญชีรายนามกษัตริย์สุเมเรียน (บัญชีรายนามกษัตริย์สุเมเรียน ตอนราชวงศ์ที่หนึ่งแห่งอูรุก) แต่หลักฐานเหล่านี้ไม่ได้ยืนยันว่าเขาฆ่าฮุมบาบา พบผู้เป็นอมตะ หรือเคยถือต้นไม้คืนวัยอยู่ในมือ สิ่งที่ยังเหลือให้เห็นคือรอยอักษรบนดินเหนียว มีทั้งบรรทัดที่อ่านได้และขอบที่แตกหาย
ต้นฉบับอ่านเองได้
- มหากาพย์กิลกาเมช ฉบับบาบิโลนมาตรฐาน แผ่นที่ 1–11; ฉบับชำระและแปลของ Andrew R. George, The Babylonian Gilgamesh Epic: Introduction, Critical Edition and Cuneiform Texts (2003)
- บัญชีรายนามกษัตริย์สุเมเรียน ตอนราชวงศ์ที่หนึ่งแห่งอูรุก
- British Museum, The Flood Tablet หมายเลข K.3375: ข้อมูลแผ่นจารึกจากหอสมุดอัชชูร์บานิปาลและการอ่านของจอร์จ สมิทใน ค.ศ. 1872