Iแม่น้ำกลางกำแพง
กลางนครบาบิโลน แม่น้ำยูเฟรทีสไหลผ่านระหว่างเมืองสองฝั่ง เฮโรโดตัสบรรยายว่าริมน้ำมีกำแพง และตรงปลายถนนที่ลงไปถึงแม่น้ำมีประตูทองสัมฤทธิ์ เมืองที่เขาเล่าให้ผู้อ่านชาวกรีกฟังจึงมีทั้งกำแพงรอบนอกและแนวป้องกันริมฝั่งน้ำ เมื่อกองทัพเปอร์เซียมาถึง น้ำสายนี้จะกลายเป็นทางเข้าเมืองในเรื่องเล่าของเขา (เฮโรโดตัส 1.180, 1.191)
ปี 539 ก่อน ค.ศ. เป็นปีสุดท้ายของรัชกาลนาโบไนดัส กษัตริย์บาบิโลน คู่ต่อสู้ของเขาคือไซรัส ผู้กำลังนำทัพเข้ามาในดินแดนที่บาบิโลนปกครอง พงศาวดารบันทึกว่า ในช่วงก่อนเสียเมือง มีการนำรูปเคารพของเทพจากหลายเมืองเข้ามารวมไว้ในบาบิโลน เทพประจำเมืองต่าง ๆ จึงมาถึงนครหลวงก่อนทหารของไซรัส (พงศาวดารนาโบไนดัส คอลัมน์ III บรรทัด 5–16)
IIพ่อที่จากเมืองไป กับลูกที่อยู่ข้างหลัง
ก่อนหน้านั้นหลายปี นาโบไนดัสไม่ได้อยู่ในบาบิโลนตลอดรัชกาล พงศาวดารระบุซ้ำในบันทึกหลายปีว่า กษัตริย์อยู่ที่ทัยมา ส่วนเจ้าชาย ขุนนาง และกองทัพอยู่ในดินแดนบาบิโลน เมื่อถึงเดือนที่ต้องประกอบพิธีปีใหม่ กษัตริย์ไม่กลับมา และเทศกาลก็ไม่ได้จัดตามปกติ ถึงอย่างนั้น การถวายเครื่องบูชาในวิหารยังดำเนินต่อไป (พงศาวดารนาโบไนดัส คอลัมน์ II บรรทัด 5–12, 19–25)
เจ้าชายองค์นั้นคือเบลชัสซาร์ โอรสองค์โตผู้รับหน้าที่ดูแลบ้านเมืองระหว่างที่บิดาไม่อยู่ ชื่อของเขาปรากฏในจารึกของนาโบไนดัสจากเมืองอูร์ด้วย ตอนท้ายจารึก กษัตริย์ขอให้เทพคุ้มครองตนเองและขอให้โอรสมีชีวิตที่บริบูรณ์ จารึกเรียกเบลชัสซาร์ว่าโอรสองค์โต จึงมีหลักฐานถึงตัวตนและความสัมพันธ์ของพ่อลูกคู่นี้โดยตรง (จารึกทรงกระบอกนาโบไนดัสจากอูร์ คอลัมน์ III บรรทัด 3–31)
เมื่อทัพเปอร์เซียเข้ามาในปีสุดท้ายของรัชกาล ชื่อที่พงศาวดารติดตามต่อคือชื่อของนาโบไนดัส ส่วนเบลชัสซาร์ไม่ได้ปรากฏในตอนที่เล่าการยึดเมือง บันทึกช่วงนั้นไม่ได้บอกว่าเขายืนอยู่ตรงไหน หรือกำลังทำอะไรในวันที่อำนาจของบิดาสิ้นสุดลง (พงศาวดารนาโบไนดัส คอลัมน์ III บรรทัด 12–22)
IIIการรบก่อนถึงบาบิโลน
กองทัพทั้งสองฝ่ายพบกันที่โอพิส ริมแม่น้ำไทกริส พงศาวดารกล่าวถึงการรบของไซรัสกับกองทัพบาบิโลน ตามด้วยการปล้นทรัพย์และการฆ่าผู้คน ก่อนเล่าต่อถึงเมืองซิปปาร์ซึ่งถูกยึดโดยไม่มีการรบ นาโบไนดัสหนีไป จากนั้นอีกสองวัน กองทัพของไซรัสก็เข้าถึงบาบิโลน (พงศาวดารนาโบไนดัส คอลัมน์ III บรรทัด 12–16)
วันที่สิบหกของเดือนตามปฏิทินบาบิโลน ผู้ที่นำกำลังเข้าเมืองคืออุกบารู เจ้าเมืองกูเทียม พร้อมทหารของไซรัส พงศาวดารระบุว่าพวกเขาเข้าเมืองโดยไม่มีการรบ แล้วจึงบันทึกว่านาโบไนดัสถูกจับในบาบิโลน ข้อความสั้น ๆ นี้ไม่มีเรื่องการพังกำแพง ไม่มีฉากทหารปีนหอคอย และไม่ได้กล่าวถึงการผันแม่น้ำ (พงศาวดารนาโบไนดัส คอลัมน์ III บรรทัด 15–16)
IVทางเข้าที่เฮโรโดตัสเล่า
เมื่อเรื่องเดินทางมาถึงงานเขียนของเฮโรโดตัสในศตวรรษถัดมา การยึดบาบิโลนมีรายละเอียดอีกแบบ เขาเล่าว่าชาวเมืองออกไปรบแล้วแพ้ จึงถอยกลับเข้ากำแพง พวกเขาเตรียมเสบียงไว้มากพอสำหรับการถูกล้อมอยู่นาน ไซรัสจึงต้องหาวิธีผ่านแนวป้องกันเข้าไป (เฮโรโดตัส 1.190)
ตามเรื่องฉบับนี้ ไซรัสวางทหารไว้ตรงที่แม่น้ำไหลเข้าเมืองและตรงที่ไหลออก พร้อมสั่งให้ลงไปในลำน้ำเมื่อระดับน้ำลดจนเดินลุยได้ จากนั้นเขานำกำลังอีกส่วนไปผันน้ำผ่านคลองเข้าสู่แอ่งน้ำนอกเมือง น้ำในยูเฟรทีสจึงลดลง ทหารที่รออยู่เข้าเมืองตามท้องแม่น้ำ โดยน้ำสูงเพียงประมาณกลางต้นขา (เฮโรโดตัส 1.191)
เฮโรโดตัสยังเล่าว่า หากชาวบาบิโลนรู้ตัวทัน พวกเขาอาจปิดประตูริมแม่น้ำและล้อมทหารที่เข้ามาไว้ได้ แต่วันนั้นเป็นวันเทศกาล ผู้คนกลางเมืองยังเต้นรำและรื่นเริง ขณะที่พื้นที่รอบนอกถูกยึดไปแล้ว กว่าข่าวจะไปถึงคนที่อยู่ข้างใน เปอร์เซียก็เข้าครองเมือง เรื่องแม่น้ำลดกับงานฉลองจึงเป็นรายละเอียดในคำบอกเล่าของเฮโรโดตัส ไม่ใช่รายละเอียดที่พงศาวดารบาบิโลนยืนยันไว้ (เฮโรโดตัส 1.191)
Vกษัตริย์ผู้มาถึงภายหลัง
ในลำดับเหตุการณ์ของพงศาวดาร ไซรัสไม่ได้เข้าบาบิโลนพร้อมกำลังชุดแรก หลังทหารเข้าเมืองแล้ว พวกเขาประจำอยู่รอบประตูวิหารเอซากิลา บันทึกย้ำว่าพิธีในวิหารไม่ได้หยุดชะงัก และไม่มีการละเว้นกำหนดประกอบพิธี ระหว่างที่ราชบัลลังก์เปลี่ยนมือ งานของวิหารยังดำเนินไปตามเวลา (พงศาวดารนาโบไนดัส คอลัมน์ III บรรทัด 16–18)
ถึงวันที่สามของเดือนถัดมา ไซรัสจึงเข้ามาในนครด้วยตนเอง พงศาวดารกล่าวถึงความสงบในเมืองและการแต่งตั้งผู้ปกครอง ต่อมา รูปเคารพที่นาโบไนดัสเคยนำเข้ามารวมไว้ก็ถูกส่งกลับไปยังเมืองของตน บาบิโลนมีผู้ปกครองคนใหม่แล้ว แต่ชื่อวิหารและพิธีต่าง ๆ ยังปรากฏต่อในบันทึกเดียวกับที่เล่าการเสียเมือง (พงศาวดารนาโบไนดัส คอลัมน์ III บรรทัด 18–22)
VIเรื่องของผู้ชนะบนดินเหนียว
อีกเสียงหนึ่งอยู่บนจารึกทรงกระบอกไซรัส ข้อความกล่าวหาว่านาโบไนดัสทำผิดแบบแผนการบูชา และเล่าว่าเทพมาร์ดุกทรงเลือกไซรัสให้มาปกครองบาบิโลน เทพนำเขามาถึงเมืองโดยไม่มีการต่อสู้ และมอบนาโบไนดัสไว้ในมือ เรื่องการเปลี่ยนกษัตริย์ในจารึกจึงถูกเล่าผ่านพระประสงค์ของเทพประจำบาบิโลน (จารึกทรงกระบอกไซรัส บรรทัด 3–17)
จากนั้นข้อความเปลี่ยนมาเล่าในนามไซรัส เขาประกาศตำแหน่งกษัตริย์บาบิโลน บอกว่าเข้าประทับในพระราชวังท่ามกลางความยินดี และกองทัพของเขาเข้าเมืองอย่างสงบ ภาพนี้มาจากจารึกที่ยกย่องผู้ครองเมืองคนใหม่ จึงไม่ใช่เสียงบอกเล่าจากชาวเมืองทุกคน ถึงอย่างนั้น มันก็ตรงกับพงศาวดารในข้อสำคัญว่า การเข้ายึดตัวนครไม่ได้เกิดขึ้นผ่านการรบตามที่จารึกทั้งสองฉบับบันทึก (จารึกทรงกระบอกไซรัส บรรทัด 20–24; พงศาวดารนาโบไนดัส คอลัมน์ III บรรทัด 15–16)
VIIจริงแค่ไหน
สิ่งที่หลักฐานเหล่านี้เล่าตรงกันคือ บาบิโลนตกอยู่ใต้อำนาจไซรัส ส่วนวิธีเข้าเมืองยังมีช่องว่าง เฮโรโดตัสเขียนภายหลังเหตุการณ์ราวหนึ่งศตวรรษ และไม่ได้เห็นการยึดเมืองด้วยตนเอง พงศาวดารให้ลำดับการรบและการเข้าเมือง ส่วนจารึกทรงกระบอกเสนอภาพไซรัสในฐานะกษัตริย์ที่เทพเลือก ไม่มีจารึกสองฉบับนี้ฉบับใดเล่าเรื่องทหารลุยตามท้องแม่น้ำ (เฮโรโดตัส 1.191; พงศาวดารนาโบไนดัส คอลัมน์ III บรรทัด 12–22; จารึกทรงกระบอกไซรัส บรรทัด 12–24)
ยังถกเถียง การผันแม่น้ำจึงยังเล่าเป็นข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้วไม่ได้ ขณะเดียวกัน การเข้าเมืองโดยไม่มีการรบก็ไม่ได้ลบการสู้รบที่โอพิสออกไป ในปี 539 ก่อน ค.ศ. นาโบไนดัสสูญเสียบัลลังก์ ไซรัสได้บาบิโลน และวิหารยังประกอบพิธีต่อไป วันสุดท้ายของบาบิโลนในฐานะศูนย์กลางอาณาจักรอิสระจบลง โดยตัวเมืองยังอยู่และชีวิตในเมืองยังดำเนินต่อ (พงศาวดารนาโบไนดัส คอลัมน์ III บรรทัด 12–22)
ต้นฉบับอ่านเองได้
- เฮโรโดตัส, ประวัติศาสตร์ เล่ม 1 ตอน 180, 190–191 (คำแปลอังกฤษ A. D. Godley, 1920)
- พงศาวดารนาโบไนดัส (ABC 7) คอลัมน์ II บรรทัด 5–25 และคอลัมน์ III บรรทัด 5–22 ฉบับคำแปลที่เผยแพร่โดย Livius
- จารึกทรงกระบอกไซรัส บรรทัด 3–24 คำแปลที่ Livius ปรับจาก Mordechai Cogan ตามฉบับชำระของ Hanspeter Schaudig
- จารึกทรงกระบอกนาโบไนดัสจากอูร์ คอลัมน์ III บรรทัด 3–31 (คำแปลอังกฤษ Paul-Alain Beaulieu)