Iกลับเข้าวังในห่อเครื่องนอน
ในปี 48 ก่อน ค.ศ. จูเลียส ซีซาร์มาถึงเมืองอเล็กซานเดรีย ขณะที่คลีโอพัตราที่ 7 กำลังแย่งอำนาจกับพระอนุชา ทอเลมีที่ 13 ราชินีไม่ได้อยู่ในวัง และการกลับเข้าไปพบแม่ทัพโรมันก็ไม่ใช่เรื่องที่จะเดินผ่านประตูได้ง่าย ๆ ฝ่ายที่ควบคุมราชสำนักอยู่เป็นศัตรูกับพระนาง (พลูทาร์ก, ชีวประวัติซีซาร์ 48–49)
พลูทาร์กเล่าว่าคลีโอพัตรานั่งเรือเล็กมาถึงบริเวณวังตอนมืด มีผู้ติดตามเพียงคนเดียว พระนางเข้าไปนอนในห่อเครื่องนอน ให้เขามัดเชือกแล้วยกเข้าไปหาซีซาร์ ต่อมาซีซาร์สนับสนุนให้พระนางกลับมาร่วมครองอำนาจกับพระอนุชา (พลูทาร์ก, ชีวประวัติซีซาร์ 49)
การตกลงกันไม่ทำให้การต่อสู้จบลง ซีซาร์ต้องรบในอเล็กซานเดรีย ก่อนจะเอาชนะฝ่ายทอเลมีได้ในปี 47 ก่อน ค.ศ. พระอนุชาสิ้นพระชนม์ระหว่างความพ่ายแพ้ คลีโอพัตรายังคงอยู่บนบัลลังก์ และต่อมามีพระโอรสชื่อซีซาเรียน ซึ่งพระนางประกาศว่าเป็นลูกของซีซาร์ (พลูทาร์ก, ชีวประวัติซีซาร์ 49; ชีวประวัติแอนโทนี 54)
IIเรือใบสีม่วง
ซีซาร์ถูกลอบสังหารในปี 44 ก่อน ค.ศ. หลังสงครามระหว่างชาวโรมัน มาร์ก แอนโทนีเข้ามามีอำนาจในดินแดนตะวันออก ปี 41 ก่อน ค.ศ. เขาเรียกคลีโอพัตรามาพบที่เมืองทาร์ซัส เพื่อชี้แจงข้อกล่าวหาว่าพระนางเคยช่วยเหลือฝ่ายศัตรูของเขา (พลูทาร์ก, ชีวประวัติซีซาร์ 66; ชีวประวัติแอนโทนี 24–25)
ตามเรื่องที่พลูทาร์กเล่า พระนางมาถึงด้วยเรือท้ายประดับทอง ใบเรือสีม่วง ฝีพายใช้พายเงินเคลื่อนไปพร้อมเสียงดนตรี ผู้คนตามริมฝั่งพากันออกมาดู เมื่อแอนโทนีเชิญไปกินอาหาร พระนางกลับเชิญให้เขามาหาที่เรือก่อน เขาตอบรับ และพบงานเลี้ยงที่สว่างด้วยแสงไฟจัดวางเป็นรูปต่าง ๆ (พลูทาร์ก, ชีวประวัติแอนโทนี 26)
พลูทาร์กไม่ได้บรรยายว่าความงามของพระนางเหนือกว่าผู้หญิงทุกคน เขาให้น้ำหนักกับน้ำเสียงและการสนทนามากกว่า ทั้งยังเล่าว่าพระนางพูดได้หลายภาษา จึงมักตอบผู้มาเข้าเฝ้าด้วยตัวเองโดยไม่ต้องผ่านล่าม หลังการพบกันครั้งนั้น แอนโทนีเดินทางมาอยู่กับพระนางที่อเล็กซานเดรีย ทั้งคู่มีความสัมพันธ์และมีลูกด้วยกันในเวลาต่อมา (พลูทาร์ก, ชีวประวัติแอนโทนี 27–28, 36)
IIIบัลลังก์ทองในอเล็กซานเดรีย
แอนโทนียังมีพันธะอยู่กับโรม เขาแต่งงานกับออกตาเวีย พี่สาวของออกตาเวียน ผู้เป็นบุตรบุญธรรมและทายาทของซีซาร์ แต่ความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำโรมันทั้งสองค่อย ๆ แตกร้าว ขณะที่แอนโทนีผูกพันกับคลีโอพัตราแน่นขึ้น และมอบดินแดนหลายแห่งให้พระนางปกครอง (พลูทาร์ก, ชีวประวัติแอนโทนี 31, 36)
ในปี 34 ก่อน ค.ศ. มีพิธีใหญ่ที่อเล็กซานเดรีย พลูทาร์กบรรยายบัลลังก์ทองสองที่นั่งบนแท่นเงินสำหรับแอนโทนีกับคลีโอพัตรา และที่นั่งต่ำลงมาสำหรับลูก ๆ มีการประกาศฐานะผู้ปกครองและจัดสรรดินแดนให้คนในครอบครัว ซีซาเรียนได้รับการประกาศให้ร่วมครองอำนาจกับพระมารดา ส่วนดินแดนที่ประกาศให้ลูกของแอนโทนีบางแห่งยังไม่ได้ถูกพิชิตด้วยซ้ำ (พลูทาร์ก, ชีวประวัติแอนโทนี 54)
ออกตาเวียนนำเรื่องเหล่านี้ไปโจมตีแอนโทนีต่อชาวโรมัน อีกฝ่ายก็ตอบโต้เรื่องการยึดกองทัพและแบ่งผลประโยชน์ ความขัดแย้งลุกลามจนโรมประกาศสงครามกับคลีโอพัตรา และปลดแอนโทนีจากอำนาจที่เหลืออยู่ (พลูทาร์ก, ชีวประวัติแอนโทนี 55, 60)
IVเรือที่ออกจากแอกทิอุม
ปี 31 ก่อน ค.ศ. กองกำลังของทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากันที่แอกทิอุม ทางตะวันตกของกรีซ คลีโอพัตราร่วมทัพมากับแอนโทนี ฝ่ายเขามีเรือขนาดใหญ่ แต่กำลังพลประจำเรือไม่ครบ และเริ่มมีผู้บัญชาการกับพันธมิตรแปรพักตร์ (พลูทาร์ก, ชีวประวัติแอนโทนี 61–66)
ระหว่างการรบ กองเรือของคลีโอพัตราแล่นออกจากบริเวณต่อสู้ แอนโทนีลงเรืออีกลำแล้วตามไป พลูทาร์กเล่าเหตุการณ์นี้ด้วยท่าทีตำหนิว่าเขาทิ้งการรบเพื่อตามพระนาง แต่คำอธิบายแรงจูงใจนั้นเป็นมุมมองของผู้เขียน สิ่งที่ตามมาคือเรือที่เหลือต่อสู้อยู่ต่อ และในที่สุดกองกำลังที่แอนโทนีทิ้งไว้ก็ยอมเข้ากับออกตาเวียน (พลูทาร์ก, ชีวประวัติแอนโทนี 66–68)
Vสงครามมาถึงหน้าวัง
ทั้งคู่กลับมายังอียิปต์ ข่าวการสูญเสียกองทัพและพันธมิตรตามมาถึงอเล็กซานเดรีย คลีโอพัตราส่งคนไปเจรจาขอให้อาณาจักรตกแก่ลูก ๆ ส่วนแอนโทนีขอใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดา หากอยู่ในอียิปต์ไม่ได้ก็ขอไปเอเธนส์ ตามพลูทาร์ก ออกตาเวียนไม่ยอมรับข้อเสนอของแอนโทนี (พลูทาร์ก, ชีวประวัติแอนโทนี 71–73)
ในปี 30 ก่อน ค.ศ. กองทัพออกตาเวียนมาถึงอเล็กซานเดรีย แอนโทนียังออกไปรบ แต่ต่อมากองเรือและทหารม้าของเขาเปลี่ยนฝ่าย คลีโอพัตราถอยเข้าไปอยู่ในอาคารสุสานและปิดประตู พลูทาร์กเล่าว่าข่าวว่าพระนางสิ้นพระชนม์ถูกส่งไปถึงแอนโทนี เขาใช้ดาบทำร้ายตัวเอง ก่อนจะรู้ว่าพระนางยังมีชีวิตอยู่ (พลูทาร์ก, ชีวประวัติแอนโทนี 74–76)
ตามคำบอกเล่าเดียวกัน แอนโทนีถูกพาไปยังสุสาน คลีโอพัตรากับผู้หญิงที่อยู่ด้วยช่วยดึงเขาขึ้นทางช่องด้านบน เขาเสียชีวิตที่นั่น หลังจากนั้นคนของออกตาเวียนเข้าไปควบคุมตัวพระนางได้ ราชินียังมีชีวิต แต่เมืองและกองทัพอยู่ในมือผู้ชนะแล้ว (พลูทาร์ก, ชีวประวัติแอนโทนี 77–79)
VIประตูที่เปิดช้าเกินไป
คลีโอพัตราได้รับอนุญาตให้จัดการฝังแอนโทนี และได้พบออกตาเวียน พลูทาร์กเล่าว่าพระนางทราบภายหลังว่าเขาจะส่งพระนางกับลูก ๆ ออกจากอียิปต์ จึงขอไปทำพิธีที่สุสานแอนโทนีอีกครั้ง ก่อนกลับมาอาบน้ำและกินอาหารมื้อสุดท้าย (พลูทาร์ก, ชีวประวัติแอนโทนี 82–85)
ในเรื่องเล่าของพลูทาร์ก พระนางส่งจดหมายไปขอให้ออกตาเวียนฝังตนไว้กับแอนโทนี แล้วปิดประตูอยู่กับหญิงรับใช้สองคน เมื่อผู้รับอ่านจดหมายจบก็รีบส่งคนมาดู แต่เมื่อประตูเปิดออก คลีโอพัตราสิ้นพระชนม์แล้ว พระนางมีพระชนมายุ 39 ปี ออกตาเวียนอนุญาตให้ฝังพระนางกับแอนโทนี ส่วนอียิปต์ถูกผนวกอยู่ใต้อำนาจโรมันในปี 30 ก่อน ค.ศ. (พลูทาร์ก, ชีวประวัติแอนโทนี 85–86; ออกัสตัส, พระราชกรณียกิจ 27)
VIIจริงแค่ไหน
การพ่ายแพ้ที่แอกทิอุมและการสิ้นพระชนม์ของคลีโอพัตราเป็นเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ ส่วนภาพราชินีให้งูพิษกัดนั้น ยังถกเถียง พลูทาร์กรวบรวมหลายเรื่อง บ้างว่างูซ่อนมาในตะกร้ามะเดื่อ บ้างว่าอยู่ในภาชนะ และอีกเรื่องกล่าวถึงยาพิษที่ซ่อนอยู่ในหวี เขายอมรับเองว่าไม่มีใครรู้แน่ว่าเกิดอะไรขึ้น ทั้งยังระบุว่าไม่มีผู้พบงูในห้อง (พลูทาร์ก, ชีวประวัติแอนโทนี 86)
พลูทาร์กเขียนชีวประวัติแอนโทนีโดยมองว่าความรักที่มีต่อคลีโอพัตรามีส่วนทำลายเขา เรื่องที่เล่าจึงมีทั้งเหตุการณ์และการตัดสินนิสัยของคนปนกันอยู่ สำหรับงูพิษนั้น ภาพของมันปรากฏต่อสาธารณชนตั้งแต่ยุคของผู้ชนะแล้ว ในขบวนฉลองชัยของออกตาเวียน มีการนำรูปคลีโอพัตราที่มีงูเกาะอยู่ไปแสดงแทนราชินีผู้สิ้นพระชนม์ในอียิปต์ (พลูทาร์ก, ชีวประวัติแอนโทนี 25, 86)
ต้นฉบับอ่านเองได้
- พลูทาร์ก, ชีวประวัติแอนโทนี บท 24–28, 31, 36, 54–55, 60–68, 71–79, 82–86 (คำแปลอังกฤษ Bernadotte Perrin, 1920)
- พลูทาร์ก, ชีวประวัติซีซาร์ บท 48–49, 66 (คำแปลอังกฤษ Bernadotte Perrin, 1919)
- ออกัสตัส, พระราชกรณียกิจ บท 27